Category: Uncategorized
-
แปลเพลง Someday – The strokes เพลงของคนที่จะเลือกไปหรืออยู่ไม่ได้สักที ก็เลยตัดพ้อมันก็พอ

In many ways, they’ll miss the good old daysSomeday Somedayเราต่างจะคิดถึงวันวาน ที่แสนดี ใน-สักวัน สักวัน Yeah, it hurts to say, but I want you to staySometimes Sometimesเออ เจ็บที่จะพูด แต่ผมยังอยากให้เธออยู่แค่บางครั้ง แค่บางครั้ง When we was young, oh man, did we have funAlways Alwaysเมื่อก่อนหรอ เราสนุกกับมันแค่ไหน ?ตลอดอะ ตลอดเลย Promises, they break before they’re madeSometimes Sometimesส่วนการสัญญา มักจะพัง ตั้งแต่ยังไม่เอ่ยบางครั้ง บางครั้ง Oh, Maya says…
-
20 ปี สังคมไทยที่ยังคงเหมือนฉายสิ่งเดิม เพิ่มเติมคือแด่คนเหงา Midnight My Love “เฉิ่ม” (2005) Dir. Kongdej Jaturanrasamee

ในวันที่ความกังวลจากเศรษฐกิจหรือการเมือง ผลการเลือกตั้งที่ยังไม่ชัดเจนจาก กกต. ที่ไม่สามารถทำให้ประชาชนสบายใจได้ ในปี 2026 ทั้งวิกฤตความหวังต่ออนาคต คลื่นรบกวนชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา การย้อนกลับไปดูหนังปี 2005 อย่าง “เฉิ่ม” (Midnight My Love) ที่มีอายุ 20 ปีเท่ากับผู้เขียนแล้วนั้น จึงไม่ใช่แค่การดูหนัง แต่เหมือนการมองผ่านหน้าต่างยุคสมัยเพื่อทำความเข้าใจรากเหง้าของปัญหาที่สังคมไทยเจอซ้ำ ๆ ตลอด 2 ทศวรรษ และดูเหมือนยังหลุดพ้นไม่ได้ในเร็ววัน ความโดดเดี่ยวของคนหาเช้ากินค่ำ ที่ไม่มีจุดให้เอนหลัง ไว้พักหายใจ หนังเล่าเรื่องของ สมบัติ (หม่ำ จ๊กมก) คนขับแท็กซี่ที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ชอบอะไรเดิม ๆ และ นุ่น (นุ่น ศิรพันธ์) พนักงานนวด ทั้งสองเป็นดั่งตัวแทนของชนชั้นล่างที่ดิ้นรนในเมืองใหญ่ มีหน้าที่แค่พาคนอื่นไปถึงจุดหมาย เป็นการขายแรงงานและเวลา ในธุรกิจบริการที่ต้องเผชิญหน้ากับชนชั้นที่สูงกว่าอยู่เสมอ ซึ่งยิ่งตอกย้ำช่องว่างทางสถานะของพวกเขาเอง และยิ่งพบผู้คนมากเท่าไหร่ ความโดดเดี่ยวก็ยิ่งชัดขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อทั้งสองได้พบกัน ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความรัก แต่คือการเติมเต็มช่องว่างทางอารมณ์ท่ามกลางสังคมที่มีแผลอยู่ใต้ฉากตลอดเวลา ในยุคเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิทัลช่วงต้นปี 2000 หนังสะท้อนภาพนั้นได้ชัด สมบัติคือคนที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง ทั้งเทคโนโลยีและเพลงใหม่…
-
Human Resource (2026) Dir. Nawapol Thamrongrattanarit : คุณค่าของคน , อำนาจ , ความรุนแรงที่ชินชา

หนังที่จะพาสำรวจ คุณค่าของคน , อำนาจความรุนแรงที่ชินชาในสังคมไทย มองชีวิตคน ผ่าน พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) หนังเรื่องล่าสุดจากผู้กำกับสุดอินดี้ คุณเต๋อ นวพล ที่พาเราไปสำรวจชีวิตของฝ่าย HR ในบริษัท เอกชน “เฟรน” หญิงสาวที่กำลังรับหน้าที่ “เลือกคน” ที่จะเข้ามาทำงานในบริษัทที่บีบคั้นโดยเจ้านาย อีกด้านนึง เธอกำลังท้องลูก 3 สัปดาห์ ที่ลึกๆ แล้วเธอเองก็ต้องเลือกเช่นกันว่าจะ “เลือกคน” ให้มาอยู่โลกที่ไม่แน่นอน และคอยบีบคั้นให้ต้องรอดอยู่ตลอดเช่นกัน ประเด็นอย่างหนึ่งที่เป็นแกนหลัก แล้วเราผู้ดูก็อาจถามมาก่อนรับชม ถามขณะรับชม “มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคนไทย“ และอาจจะสงสัยหนักกว่าเดิมเมื่อดูจบแล้ว มันพาเราไปถึงขั้นที่ว่า “แล้วเมื่อไหร่มันจะจบ” เช่นกัน หนังใส่ประเด็นไว้เยอะ มาก ๆ จนผู้เขียนเองก็กว่าจะเริ่มตกผลึกได้และดึงตัวเองที่จะเริ่มเขียนพูดถึงหนังเรื่องนี้มันก็ใช้เวลา 1 อาทิตย์เต็ม เพราะเอาตรงๆ หนังมันก็หนักหน่วงมากเช่นกัน “เราต่างเป็นทรัพยากรที่มีวันพัง และจะถูกแทนที่อยู่เสมอ” เมื่อมนุษย์ไม่ได้มีคุณค่าในตัวเอง หากแต่มีคุณค่าเพราะเป็นกลไกให้เกิดผลผลิตได้ หนังพาเราสำรวจกลไกบริษัทที่คุณค่าคนวัดด้วย KPI , ประสิทธิภาพที่คน ๆ นึงจะทำได้ ระบบที่จะบอกคุณ…
-
Send Help (2026) Dir. Sam Raimi : หนังรักของคนติดเกาะ โหด ฮา แรง จิต

“ถ้าต้องติดเกาะกับเจ้านายซวยๆ คุณจะทำยังไง ?” หนังใหม่ Sam Raimi – ปรมาจารย์สาย Horror สยองส่งท้าย มกราคม หนังเริ่มด้วยการที่เล่าประเด็นปัญหาลูกจ้าง – นายจ้าง ได้อย่างเจ็บแสบ การกดขี่และการเบียดเบียนของคนมีอำนาจ ใครคุม = อยู่เนือกว่าทุกอย่าง แต่มันจะเป็นอย่างไรเมื่อทั้งสองต้องไปติดเกาะด้วยกัน และ ผู้กุมอำนาจถึงคราวเปลี่ยนมือ ? . เมื่อการติดเกาะของหนัง ไม่ใช่แค่เรื่องราวของความทรหดในการเอาชีวิตรอด แต่เป็นการตั้งคำถามถึงประเด็นสำคัญอย่าง เมื่อสถานการณ์มันเอื้อให้คุณมีอำนาจ คุณจะทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้หรือไม่? และพร้อมที่จะสละทุกมโนธรรมเพื่อสนองความต้องการตนเองหรือเปล่า คุณยังจะสามารถให้อภัย ช่วยเหลือคนที่ดูถูก กดขี่คุณโดยที่คุณตอบโต้อะไรไม่ได้มาตลอดมั้ย ? . หนังแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ดังกล่าวได้ทะเล้นสุด ๆ แต่ไม่ใช่ประเด็นเดียว ทั้งเรื่อง มีครบแทบจะทุกอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ , การชิงไหวชิงพริบ จังหวะระทึกหรือใส่ความสยองขวัญเข้ามา อารมณ์ของผู้รับชม เช่นผู้เขียนเอง ถึงขั้น คิดตลอดทั้งเรื่องว่า “หรือมันจงใจจะเป็นหนังรัก? หนังทริลเลอร์? จะรู้สึกกลัว หรือรู้สึกว่านี่มันหนังทำมาปั่นคนดูหรอ? ” หากนิยามง่ายๆ คงจะเป็น…
-
Double Feature Return to Silent hill & Omukade (January 2026)

หนังที่ใช้อสูรไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาด แต่เป็นเครื่องมือสะท้อนสันดานดิบของมนุษย์ เหมาะสำหรับแฟนหนังสยอง ดิบๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม ผมได้รับชม Return to Silent hill และ Omukade (โอมุคะเดะ) ในโรงภาพยนต์ สำหรับผมแล้วในสัปดาห์นี้ มีหนังที่น่าสนใจหลายเรื่องมาก แต่ส่วนตัวแล้ว 2 เรื่องนี้ มันโดดเด่นแถมยังมีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าตกใจ เรื่องนึงคือ งานดัดแปลง “เมืองห่าผี (Silent hill)“ แฟรนไซส์ระดับตำนานที่ถูกสานต่อผ่านบริบทปัจจุบัน อีกเรื่อง คืออีกงานนึงที่นับได้ว่าเป็นความทะเยอทะยานอีกครั้งของวงการภาพยนต์ไทย ที่อยากเล่าเรื่องของ “อสูรกาย” แบบชาติอื่น Omukade จึงเป็นงานที่กล้าหาญอีกงานนึงที่ถูกฉายตั้งแต่ตอนต้นปี จากปก จากกระแส ผมมั่นใจว่าผู้อ่านหรือคนดู คงจะสามารถเดาได้เลยว่าทำไม ผมถึงหยิบ 2 เรื่องนี้มามาคู่กันเป็น Double Feature แต่มันไม่ใช่เพียงแค่เพราะว่ามันเป็นหนัง Horror เหมือนกัน มีสัตว์ประหลาด มีเอฟเฟคเลือด แต่สำหรับผมแลัว 2 เรื่องนี้ถ้ามันมองลึกลงไป มันคล้องกันแบบน่าตกใจ สำหรับ Return…
-
แปลเพลง Lost Stars – Keira Knightley หรือเราต่างเป็นเพียงดวงดาวเปล่าเปลี่ยวที่พยามส่องแสงในความมืดมิด ?

“ หรือเราต่างเราเป็นเพียงดวงดาวเปล่าเปลี่ยวที่พยามส่องแสงในความมืดมิด? “ บทเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง Begin Again Dir. John Carney จากปี 2013 เรื่องนี้คงมีพื้นที่พิเศษอยู่ในใจใครหลายคน รวมถึงตัวผมเองเช่นกัน นอกจากตัวหนังเองแล้ว เพลงประกอบเองก็ล้วนแล้วแต่น่าจดจำทั้งสิ้น ด้วยจังหวะ ทำนอง เนื้อเพลง ที่ฟังแล้วมันทำให้รู้สึกหลายอย่าง แต่ ณ ตอนนี้เองผมเลือกที่จะหยิบเพลง Lost Stars (Keira Knightley’s Version) ขึ้นมาแปลเพราะตัวผมเองรักความเป็นทำนองที่ดูอบอุ่นแต่เคว้งคว้างด้วยเนื้อเพลงของมันเองครับ . เพลงว่าด้วยการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ ความโดดเดี่ยวและเปราะบาง แต่ล้วนแล้วซ่อนความงดงามไว้เสมอ หวังว่าการแปลนี้จะเยียวยา หรือเติมเต็มผู้ที่ได้เข้ามาอ่านนะครับ เพราะตอนผมแปลเองก็พึ่งเข้าใจว่ามันทัชใจมากๆ ไม่แปลกใจที่จะชอบ ไวป์และเพลงจากหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ประถม (ตอนนี้ 20 แล้ว) นึกถึงเรื่องนี้ทีไร หรือได้ฟังซาวแทร็คมันก็สบายใจทุกทีจริงๆ . แปลเนื้อเพลงและเขียนโดย @vaneevermore กรุณานำบทแปลไปพร้อมเครดิต และไม่อนุญาตให้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ทุกกรณี . Please don’t see just a girl caught…
-
Yojimbo (1961) Dir. Akira Kurosawa คิดว่าจะเป็นหนังอาร์ตขึ้นหิ้งดูยากจากผู้กำกับในตำนาน แต่ความจริงคือหนังป๊อปคอร์นรั่วเอาเรื่อง

Yojimbo (1961) จากผู้กำกับในตำนาน Akira Kurosawa หนังเรื่องนี้เป็นหนัง Entry point ของผมสู่ Filmography ของผกก. ท่านนี้ก็ว่าได้ ต้องเกริ่นก่อนว่ารู้จักเขามานานแล้ว แต่ไม่ได้เปิดดูหนังจากเขาสักที พอมาเรียนวิชาที่เรียนอยู่ว่าด้วย มุมมองของมนุษย์ต่อชีวิต , เสรีภาพ ฯลฯ อาจารย์ได้ยกตัวอย่าง “Rashomon Effects” ขึ้นมาพร้อมกับหนังในชื่อเดียวกัน มันก็ไปสะกิดต่อมให้เริ่มอยากดูหนังของผกก.ในตำนานนี้เอง . . และเราได้เลือก Yojimbo เป็นหนังชิมลางสำหรับลองรสฝีมือผกก.ท่านนี้ จากการที่รีเสิร์ชมาหนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ย่อยง่ายและสนุกที่สุด จึงไม่รอช้าที่จะเสาะหามาดูในช่วงเวลานี้ (มู้ด ณ ตอนนั้นไม่ได้อยากดูหนังขาว ดำ ยาว 3 ชั่วโมงเท่าไหร่ ฮา) . . หนังว่าด้วย ตัวเอก “ซามูไรพเนจร” ฝีมือดี ที่ดันไปอยู่ในเมืองที่กำลังมีสงครามกลางเมืองอยู่ที่มี 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน หากเล่าแค่นี้เนื้อเรื่องอาจจะดูจริงจัง แต่ความเป็นจริงสถานการณ์ไม่ได้ยิ่งใหญ่ อลังอะไรทั้งนั้น หากให้บรรยายเป็นสถานการณ์คงเป็น หมาเห่ากันตอนต่างฝ่ายอยู่ในรั้ว แต่ด้วยความเจ้าเล่ห์ของตัวเอก ที่เห็นว่าจะตักตวงผลประโยชน์จากสถานการณ์เช่นนี้ได้…
-
Eternity (2025) เมื่อความเป็นนิรันดร์อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราใฝ่หา ?

หนังรอมคอม A24 ว่าด้วยโลกหลังความตายที่ไม่ใช่นรก สวรรค์ หรือความว่างเปล่า กลับเป็นสถานีรถไฟ ให้ได้เลือกชีวิตใหม่ในโลกอื่นที่อยากอยู่ แต่ถ้าตัดสินใจแล้ว จะย้อนกลับไม่ได้ เลือกยากมาก … . . แต่สถานการณ์ของนางเอก ยากกว่า เพราะต้องเลือก “ความรัก” ระหว่าง “รักแรก ลืมยาก” ที่ไม่เคยได้มีโอกาสใช้ชีวิตด้วย หรือ“รักแท้” ที่สร้างครอบครัวมาด้วยกัน 60 ปี สำหรับคนที่จะมาอยู่ข้าง ๆ กันในโลกหน้า . . คอนเซ็ปมันชวนคิดให้เยอะมาก แต่ด้วยความที่เป็นรอมคอม หนังเลยอยากขายความฟิลกู้ด จึงออกมาให้ดูง่าย ไม่กล้าฉีก หรือเล่นแง่มุมให้เกิดพื้นที่ถกเถียงระหว่างคนดูเท่าไหร่ เลยรู้สึกว่ามันเกือบจะจืด . . แต่สิ่งที่ประคับคองหนังเลย คือความรู้สึกอบอุ่นที่หนังตั้งใจจะมอบให้จริง ๆ ในคุณค่าของความรัก เวลา ชีวิต และความหวาดกลัวต่อความรู้สึกที่จะต้อง “สูญเสีย” ปนกับความกลัวสิ่งที่จะกลายเป็น ”นิรันดร์” สัมผัสได้จากทั้งบท งานภาพ เสียง การแสดง หนังอยากให้รู้สึกอะไร เราก็รู้สึกแบบนั้นเลย…